2006/Mar/28

วันนี้เหนื่อยมากจริงๆเนื้องจากไปอบรมเรื่องการสร้าง Brand มาที่จุฬาฯ ทั้งวันเลยตอนเย็นก็เลยแอบไปเล่นเกมส์ตู้ซะหน่อย เกมส์สุดโปรดก็คือ ฮาว ออฟ เดท กับ เวอร์ชัวร์ ออน ไม่ได้เล่นนานแล้วก็เลยเล่นซะหน่อย จากนั้นก็ไปซื้อตั๋วรถที่หมอชิตอีก กว่าจะกลับถึงห้องก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มเหนื่อยสุดๆ

การจัดองค์ประกอบภาพ

วันนี้เราพูดถึงเรื่องการจัดองค์ประกอบของภาพกันดีว่า เพื่อที่จะได้เอาไปเป็นพื้นฐานในการออกแบบผลงานของคุณๆท่านๆกันนะครับ เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ

จากบทความก่อนหน้านี่มาจนถึงบทความนี้ก็ไกล้ที่จะจบเรื่องของพื้นฐานการออกแบบแล้วนะครับ ซึ่งในบทนี้ก็เปรียบเหมือนกับว่าเราเอาความรู้จากบทก่อนๆมาประกอบกันนั้นเอง โดยมีหลักการจัดองค์ประกอบของภาพอยู่ 2 หลักด้วยกัน ได้แก่

1. การสร้างเอกภาพ
2. การสร้างจุดเด่น เน้นจุดสำคัญ

เอกภาพ
อาจจะงงว่ามันคืออะไรอธิบายง่ายๆ ก็คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความเป็นพวกเดียวกัน ภายในงานนั้นเอง งานที่มีเอกภาพนั้นจะทำให้ผู้ที่ดูงานของเรานั้นเข้าใจงานของเราได้ง่าย ดูแล้วมีความเป็นพวกเดียวกันอยู่ในงาน ส่วนงานที่ไม่มีความเป็นเอกภาพนั้นผู้ที่ดูงานของเราจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในใจทำให้ปฏิเสธงานที่ดูได้
ส่วนวิธีการสร้างเอกภาพนั้น มีหลักอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่
1. สร้างความใกล้ชิดให้กับองค์ประกอบ
วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการจัดวางองค์ประกอบให้มีความเหมาะสม ลองดูรูปข้างล่างนี้ก็จะรู้เองว่ารูปไหนมีเอกภาพแล้วอันไหนไม่มีเอกภาพ ซึ่งแตกต่างกันแค่การจัดองค์ประกอบ

2. สร้างความซ้ำกันขององค์ประกอบ
การจัดองค์ประกอบโดยการใช้วิธีการทำซ้ำกันไปเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นเส้น จุด สี หรือรูปลักษณะอื่นๆ จะทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าเป็นพวกพ้องเดียวกัน และจะทำให้เกิดความเป็นเอกภาพขึ้นมาในงานได้ ตัวอย่างนี้หาดูได้ในหลายๆงาน เช่นงานที่ทำเป็นเส้นพริ้วๆหลายๆเส้น ซ้ำกันไปซ้ำกันมา ลองหาดูกันเอาเองนะครับ หุหุ

3. สร้างความต่อเนื่องขององค์ประกอบ
ความต่อเนื่องเราจะสร้างมาจากเส้น หรือทิศทางขององค์ประกอบที่อยู่ภายในงานของเรา ซึ่งจะนำสายตาของผู้ที่ได้ชมงานของเราไปในทิศทางที่เราได้กำหนด และเกิดความต่อเนื่องเพื่อเล่าเรื่องราวไหลไปภายในงาน ต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราวเดียวกันและเป็นลำดับขั้น และจะทำให้เกิดเป็นเรื่องราวขึ้นในใจของผู้ที่ได้ดู ในหลักการข้อนี้เราจะสามารถนำมาใช้ในการบังคับสายตาของผู้ที่ดูงานไปจบที่สิ่งที่เราต้องการจะให้ความสำคัญได้ ลองหาดูตามป้ายโฆษณาเอานะครับ ที่เวลาเราดูที่รูปแล้วจะไปจบที่จุดสุดท้ายเป็นพวก Logo หรือ สินค้า ที่ต้องการจะโฆษณา

เสริมจุดเด่น เน้นจุดสำคัญ

จุดเด่นจะทำให้ผู้ชมสามารถที่จะจับประเด็นในความหมายของงานที่เราต้องการจะสื่อได้ โดยมีหลักการสร้างจุดสนใจได้ 3 วิธีด้วยกัน ได้แก่
1. การวางจุดสนใจในงาน
หลักการนี้ถือว่าเป็นหลักการที่สำคัญหลักการหนึ่ง สิ่งที่สำคัญก็คือเราต้องรู้ว่าเราต้องการที่จะเน้นอะไรในงานของเรา แล้วก็วางสิ่งที่เราให้ความสำคัญไว้ในตำแหน่งที่สำคัญ

จากรูปหมายเลข 1 คือต่ำแหน่งที่สำคัญที่สุดไล่มาจนถึงหมายเลข 5 คือตำแหน่งที่มีความสำคัญน้อยที่สุด

2. การสร้างความแตกต่างในงาน
การสร้างความแตกต่างจะเป็นตัวกำหนดความน่าสนใจและความโดดเด่นในงานของเราได้ดี แต่ก็อย่าให้มันหลุดกรอบไปจะทำให้ขาดเอกภาพได้นะครับนี่คือข้อควรระวังอีกข้อหนึ่ง
หลักในการสร้างความแตกต่างมีง่ายๆดังนี้
- การสร้างขนาดที่แตกต่าง
- ความแตกต่างกันที่รูปร่างขององค์ประกอบ
- รูปลักษณ์หรือลักษณ์ที่แตกต่าง

3. การวางแยกองค์ประกอบให้โดดเด่น
พูดง่ายๆก็คือ วางให้โดด และเด่น กว่าชาวบ้านชาวช่อง 555+
วันนี้ผมขอแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่ไหวแล้วง่วงอ่ะ ต่อจากนี้อีกประมาณ สัก 2 ตอนจะมาเริ่มวิธีการออกแบบเว็บไซด์แล้วนะครับ


edit @ 2006/03/29 23:23:24

คงยังไม่ได้มาเพิ่มอีกประมาณ 2-3 วันนะครับ เร็วสุดก็วันจันทร์ จะมาลงเนื้อหาต่อไปให้นะครับ ต้องกลับไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงที่บ้านซะหน่อย


edit @ 2006/03/31 11:47:37

2006/Mar/28

การวางโครงสี

การวางโครงสีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆเลยก็ว่าได้นะครับคราวนี้ผมก็เลยมาบอกกัน ก่อนที่จะเริ่มไปออกแบบเว็บไซด์จริงๆซึ่งก็คงอีกประมาณ 3-4 ครั้ง มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

1. การวางสีแบบใช้โทนสี สีเดียว พูดง่ายๆก็คือ เราเลือกสีมา 1 สี แล้วใช้สีที่เราเลือกมาเอามาใช้ในงานออกแบบที่เราจะทำโดยการเติมขาว-เติมดำเพื่อใช้ในการสร้างสรรค์งานของเรา รูปที่ได้จะออกเป็นแนว mono tone ตัวอย่าง

2. การวางสีแบบใช้สีไกล้เคียงกันในการออกแบบโดยใช้สีที่อยู่ติดกัน 2 หรือ 3 หรือ 4 สี ในการออกแบบ การออกแบบ แบบนี้จะให้อารมณ์สีที่ไปในอารมณ์ไกล้เคียงกัน ตัวอย่างการเลือกสีเช่น สีแดง ส้ม เหลืองเข้ม เหลือง เป็นต้น

3. การวางสีแบบใช้คู่สีตรงข้าม เป็นการใช้สีที่ต้องระวัง เพราะว่าถ้าเราเลือกใช้สีไม่ดีจะทำให้ภาพไม่เกิดความเป็นเอกภาพ ภาพจะดูขัดแย้งกันทันดี โดยหลักการแล้วการเลือกใช้สีคุ่ตรงข้ามนั้นจะใช้อัตราส่วนของสีที่ใช้ในงานของเรา อยู่ที่ 70 : 30 การใช้สีแบบนี้จะทำให้งานมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ โดยส่วนที่เราต้องการเน้นเราจะใช้สีให้อยู่ในอัตราส่วนของ 30

4. การวางสีแบบใช้สี 3 สี จะใช้ที่มีช่วงความต่างสีที่เท่ากันหรือว่าสีที่มีช่วงความต่างสีที่เท่ากัน 2 ช่วง ก็ได้นะครับ อาจจะไม่เห็นภาพ ลองนึกถึง โลโก้ ช่อง 7 นะครับ นั้นหละครับ

5.การวางสีแบบใช้สี 4 สีที่มีความตรงข้ามกันมาใช้ในงานออกแบบพูดง่ายๆก็คือการเอาสีที่เป็นคู่ตรงข้ามกันมา 2 คู่ นั้นแหละครับ ตัวอย่างง่ายๆก็โลโก้ของ window ที่เราเห็นกันอยู่นะครับ

วันนี้ผมขอจบแค่นี้ก่อนนะครับ ไม่ไหวแล้วแบบว่าง่วง ถ้าเขียนไม่ดีก็ขออภัยด้วยนะครับพี่น้องครับ มีอะไรจะติชม หรือว่าอยากจะให้ผมพูดเกี๋ยวกับเรื่องไหนก่อนก็บอกได้นะครับ ถ้าอยากรู้จะได้เอามาลงให้ก่อน


edit @ 2006/03/28 00:04:07
edit @ 2006/03/28 00:05:43

2006/Mar/26

องค์ประกอบพื้นฐานของภาพ

องค์ประกอบพื้นฐานจะประกอบไปด้วย จุด -> เส้น -> ระนาบ
ต่อมาเรามาดูคุณสมบัติของแต่ละองค์ประกอบหันดีกว่านะครับว่ามีคุณสมบัติอะไรมั่ง

จุด - จะเรียกร้องความสนใจของสายตาได้เป็นอย่างดี
- จุดจะเป็นตัวบอกและกำหนดตำแหน่งในภาพ
- การที่เราวางจุดไว้ 2 จุดนั้น เราจะได้พื้นที่ระหว่างจุดที่จะให้ความรู้สึกดึงดูดกัน

เส้น - ให้ความรู้สึกไปทางด้านยาว
- นำสายตาไปในแนวทางของเส้น ช่วยกำหนดทิศทาง และมีความต่อเนื่อง
- สามารถใช้เพื่อแบ่งซอยภาพได้
คุณสมบัติของเส้นแต่ละประเภท
- เส้นตรง > มั่นคงเป็นระเบียบ
- เส้นนอน > สงบนิ่ง เรียบร้อย
- เส้นเฉียง > เคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง และมีพลังขับ
- เส้นโค้ง > นิ่มนวล พลิ้วไหว
- เส้นหยัก > ไม่เป็นระเบียบ อิสระ ไม่อยู่ในกรอบ สับสนวุ่นวาย
- เส้นเล็กและบาง > เบา เฉียบคม
- เส้นหนา > หนักแน่น นำสายตา

ระนาบ - วงกลม ให้ความรู้สึกเป็นจุดศูนย์กลาง เป็นที่รวมความสนใจ
- สี่เหลี่ยม ให้ความรู้สึกมั่นคง เป็นระเบียบ
- สามเหลี่ยม หยุดนิ่งมั่นคง ส่วนปลายจะให้ความรู้สึกถึงทิศทาง
- หกเหลี่ยม ให้ความรู้สึกเชี่อมโยงกันไม่มีที่สิ้นสุด
- รูปร่างธรรมชาติ ให้ความรู้สึกถึงอิสระ เลื่อนไหล ไม่มีกฏเกณฑ์แน่นอนตายตัว

มาเรามาดูกันดีกว่าว่าสีแต่ละสีให้ความรู้สึกไปในแนวทางไหนกันนะครับ เผื่อว่าจะเอาไปเป็นแนวทางในการเลือกใช้สีในารออกแบบกันนะครับ

สี

สีแดง - เป็นที่ถือว่าเป็นสีมงคลของคนจีน ให้ความรู้สึกถึง ดวงอาทิตย์ ไฟ ความสว่าง ความร้อน พลังงาน และความแรง เป็นสีที่ออกไปในแนวความรู้สึกที่รุนแรง ข้อเสียของสีนี้ก็คือเมื่อมองนานๆจะทำให้ไม่สบายตา

สีเหลือง - เป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงความสดใส ปลอดโปร่ง และดึงดูดสายตา

สีน้ำเงิน - ให้ความรู้สึกถึงความสงบ สุขุม มีราคา หรูหรา สุภาพ หนักแน่น และความเป็นผู้ชาย เป็นที่ที่บริษัทหลายๆบริษัทเลือกใช้กัน เพราะเป็นสีที่สร้างให้เกิดความรู้สึกถึงความน่าเชื่อถือ

สีส้ม - ให้ความรู้สึกดึงดูด ทันสมัย สดใส กระฉับกระเฉง และมีพลัง

สีเขียว - จะให้ความรู้สึกนึกถึงต้นไม้ ความสดชื่น เย็นสบาย ชุ่มชื่น และสบายตา

สีม่วง - ให้ความรู้สึกถึงความหนักแน่น มีเสน่ห์ เป็นความลับและปกปิด

สีชมพู - ให้ความรู้สึกถึงความอ่านหวาน นุ่มนวล เป็นสีที่บ่งบอกถึงความรัก วัยรุ่น และความเป็นผู้หญิง

สีน้ำตาล - ให้ความรู้สึกถึงความสงบ เรียบ ความเป็นผู้ใหญ่ ความเก่าแก่ โบราณ และไม้

สีฟ้า - ให้ความรู้สึกถึงความโปร่ง โล่งสบาย สบายตา นุ่มนวล และสุขสบาย

สีเงิน - ดูมีราคาทันสมัย และหมายถึงสิ่งใหม่ๆ เป็นสีที่ให้สีตั้งแต่ ขาว - ดำ

สีทอง - ดูมีคุณค่า ราคาแพง หรูหรา
สีขาว - ให้ความรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ สะอาด เรียบง่าย โล่ง และว่างเปล่า

สีเทา - เป็นสีที่เป็นกลางที่สุด เป็นสีที่สามารถเข้าได้กับทุกสี เป็นสีที่ให้อารมณ์เศร้า หม่นหมอง ไร้ชีวิตชีวา

สีดำ - เป็นสีที่บ่งบอกถึงความมืด ความไม่เห็น ไม่รู้ และ ความน่ากลัว


edit @ 2006/03/26 22:23:18